บรมครูอาจารย์ หนู โตมร (บุญนาค)
อาจารย์โจร หรือ พ่อของเสือสมัยนักเลงครองเมือง สมัยก่อนยุคปี2500 ต้นๆ ท่านเคยถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับกุมพร้อมลูกศิษย์ ขึ้นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าหนึ่ง ว่าเป็นครูโจร ครูเสือร้าย เพราะลูกศิษย์ลูกหาโดยมากก็จะมีแต่พวกเชิงนักเลงทั้งนั้น ขณะถูกจับลูกศิษย์ก็ได้สะสมอาวุธเพื่อจะไปห้ำหั่นกับลูกศิษย์ของอาจารย์ดังอีกสำนักหนึ่ง ก็ข่าวรั่วไปเข้าหูเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็โดนข้อหาซ่องโจรกันไป เมื่อท่านพ้นคดีความ
ท่านก็ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดประดิษฐาราม ขณะไปบวชก็ยังไม่วายมีชาวบ้าน ชาวช่องลูกศิษย์ลูกหาไปหาอยู่เรื่อย จนวัดนี่ดูจะไม่เรียบร้อย ท่านเจ้าอาวาสปู่ใหญ่ ซึ่งเป็นอาจารย์ท่านด้วย ปู่ใหญ่นี่ท่านจะเป็นอาจารย์ที่เก่งทางด้านวิปัสนากรรฐาน ท่านก็บอกครูหนูว่าท่านสึกเถอะ ก่อนท่านจะสึกในช่วงนั้นวัดเกิดมีงานวัดฉายหนังกันอยู่ ท่านก็แสดงปาฐิหารย์เอามือตบจอหนัง ปรากฏว่าหนังฉายไม่เห็นตัวจอขาวจั๊ว เกิดเป็นเรื่องวุ่นวาย จนคนฉายหนังไปบอกปู่ใหญ่ ปู่ใหญ่บอกว่าไปบอกเค้าสิอยู่โน่นแนะเค้าเป็นคนทำ แล้วท่านก็สึกออกมา สำนักนี้ก็ไม่มีข้อห้ามอะไรมาก แต่ครูหนูท่านบอกห้ามด่าพ่อแม่ใครไม่ว่าพ่อแม่ใครตาม
ประวัติที่หลายคนเล่ามาว่า ครูหนูท่านอยู่น้ำ ท่านจะไม่อาบน้ำเลยเป็นปี จะอาบก็ตอนที่ท่านจะไปพวกงานสำคัญเช่นงานบวชเท่านั้น เล่ากันว่าครูหนูนี่เนื้อตัวท่านแข็งเหมือนไม้กระดานเลย เวลาใช้ให้ลูกศิษย์นวดลูกศิษย์ก็เรียกว่าโถมกันทั้งตัว หรือขึ้นไปเหยียบบนตัว และเอามือยันเพดานเป็นรอยมือเต็มไปหมด ท่านยังไม่รู้สึกอะไรเลย นอนหลับเฉยเลย
ในเรื่องวิชาเก้าเฮของ ครูหนูเล่าว่ามาจากแขกเคราแดง แขกเลี้ยงวัวผู้สืบทอดปัจจุบันจะมีใครบ้างก็ไม่อาจทราบได้ วิชาเก้าเฮนี่ลูกศิษย์บางคน ครูหนูก็ไม่ได้ครอบให้ ลูกศิษย์ลูกหาโดยมากก็จะท่องคาถากันได้อยู่แล้ว ก็สอนวิธีชักยันต์ต่อๆกัน ใครอยากชักยันต์เป็น ครูหนูก็จะบอกคนที่ชักเป็นแล้วว่าไปสอนให้มันหน่อย ลูกศิษย์บางคน ครูหนูท่านก็สักคาถาเฮ ไว้ให้ ครูหนูท่านจะสักหัวใจเฮเป็นภาษาแขกโบราณ บางคนก็จะสักหรือจารเป็นยันต์ให้ไว้ ยันต์นี่ก็คล้ายๆยันต์ชาตรีของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ แต่ของปู่หนูจะมีภาษาแขกกำกับไว้ และในตอนทำพิธีครอบครู ครูหนูจะมีอ่างซึ่งใส่พวกศาสตราอาวุธทุกๆอย่างลงไป เช่น หอก มีด ดาบ ง้าวต่างๆ ฯลฯ